Subscribe For Free Updates!

We'll not spam mate! We promise.

Showing posts with label วิธีทำต้มยำ. Show all posts
Showing posts with label วิธีทำต้มยำ. Show all posts

Sunday, May 3, 2015

วิธีทำข้าวซอยไก่ อาหารเหนือสุดอร่อย



          อาหารไทยทางภาคเหนือที่ถือเป็นเมนูยอดนิยมอีกหนึ่งอย่าง นอกเหนือไปจากน้ำพริกหนุ่มกับแคปหมู หรือขนมจีนน้ำเงี้ยวแล้วก็ต้องนี่เลย ข้าวซอยไก่ ที่เวลาไปเที่ยวเหนือกี่ครั้งก็ต้องสั่งมากิน ว่าแต่ถ้าจะลองทำกินเองจะยุ่งยากหรือไม่ ลองไปดูสูตรและวิธีทำที่เรานำมาฝากจาก คุณเนินน้ำ กันเลยดีกว่า รับรองว่าง่ายนิดเดียวจ้า

สิ่งที่ต้องเตรียม (สำหรับเครื่องแกง)

  1.           พริกแห้งเม็ดใหญ่คั่ว 7 เม็ด
  2.           เกลือป่น 1 ช้อนชา
  3.           รากผักชีคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  4.           ขิงซอยคั่ว 1/4 ถ้วย
  5.           หอมแดงคั่ว 3/4 ถ้วย
  6.           ขมิ้นซอยคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
  7.           ชะโกแกะเปลือกใช้เมล็ดคั่วให้หอมแล้วป่น 1 เม็ด

สิ่งที่ต้องเตรียม (สำหรับข้าวซอย)

  1.           น่องไก่ 3-4 น่อง
  2.           หางกะทิ 3 ถ้วย
  3.           เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ + 1 ช้อนชา
  4.           หัวกะทิ 1 ถ้วย
  5.           ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ + 1/2 ช้อนโต๊ะ
  6.           ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนชา
  7.           น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  8.           น้ำมันพืชสำหรับทอด
  9.           บะหมี่เหลือง 5 ก้อน (สำหรับทอด 1 ก้อน)
  10.           เครื่องเคียง ได้แก่  ผักกาดดองซอย มะนาวหั่นเป็นชิ้น พริกป่นผัดน้ำมัน หอมแดงหั่นชิ้น และผักชีสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ



          ล้างไก่ให้สะอาด พักทิ้งไว้ในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ
  


          ทำ น้ำพริกแกง โดยโขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด จากนั้นใส่รากผักชี ขิงซอย ขมิ้นซอย และหอมแดง โขลกรวมกันจนละเอียดเข้ากันดี ใส่ชะโก โขลกต่อจนเข้ากัน ตักใส่ถ้วยพักไว้ (แต่สูตรนี้เราใช้พริกแกงสำเร็จรูปนะคะ)



          ใส่ หางกะทิลงในหม้อ ใส่เกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ ยกขึ้นตั้งไฟกลางจนร้อน จึงใส่ไก่ พอกะทิเดือดลดเป็นไฟอ่อน เคี่ยวให้ไก่สุกนุ่ม และกะทิแตกมันเล็กน้อย เตรียมไว้



          นำกระทะขึ้นตั้งไฟปานกลาง ใส่หัวกะทิ 1/2 ถ้วย ผัดเคี่ยวให้แตกมันเล็กน้อย ใส่น้ำพริกแกงลงผัดให้เข้ากันทั่วและมีกลิ่นหอม 





          จากนั้นตักใส่ในหม้อไก่ที่เคี่ยวไว้ แล้วคนผสมให้เข้ากัน 


          ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซีอี๊วดำ น้ำตาล ใส่หัวกะทิที่เหลือ คนผสมพอทั่ว พอเดือดอีกครั้งปิดไฟ ยกลงจากเตา เตรียมไว้

         
          ใส่ น้ำมันลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางจนร้อน แบ่งบะหมี่ลงทอดทีละน้อยให้กรอบเหลือง (ประมาณ 1 ก้อน) จากนั้นตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน พักไว้ให้เย็น เก็บใส่ภาชนะปิดฝาให้สนิท





          วิธี จัดเสิร์ฟ ให้ลวกบะหมี่ใส่ชาม ตักน่องไก่พร้อมน้ำแกงราดประมาณ 1 ถ้วย โรยหน้าด้วยบะหมี่ทอดกรอบ วางเครื่องเคียง ตกแต่งด้วยใบผักชี พร้อมเสิร์ฟค่ะ (บะหมี่เส้นแบนเราได้มาไม่เหนียวถูกใจเลยขอเลือกบะหมี่เส้นเล็กแทนค่ะ)


          ถ้าลองได้มีขั้นตอนการทำชัดเจนขนาดนี้ จะทำข้าวซอยไก่แบบเหนือกินเองก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วล่ะค่ะ

Thursday, April 30, 2015

วิธีทำปลาทูต้มหวาน อาหารไทยพื้นบ้านหอมหวานอร่อย

ปลาทูต้มหวาน อาหารไทยพื้นบ้านหอมหวานอร่อย
ขอขอขคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ isolateboy สมาชิดกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

          ไม่นานมานี้เราได้เสนอเมนูอร่อย ๆ จากปลาทู ที่ไม่ใช่แค่ทอดกินกับน้ำพริก อย่างเมนูต้มส้มปลาทู อาหารไทยพื้นบ้านรสเปรี้ยวเค็มหวาน อร่อยกลมกล่อมมาฝาก แล้วในเมื่อมีต้มส้มก็ต้องมาคู่กับต้มหวาน เราจึงขอหยิบยกสูตรปลาทูต้มหวานน่ากิน ๆ จาก คุณ isolateboy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม  ที่ทำง่าย ๆ แถมออกมาดูน่ากินมากเลยทีเดียว

          คุณ isolateboy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม บอก ว่า ปลาทูต้มหวานทำง่าย เก็บไว้กินได้นาน เพราะว่ายิ่งอุ่น ยิ่งเคี่ยว ยิ่งนานก็ยิ่งอร่อย เพราะน้ำจะซึมเข้าตัวปลา ก้างปลาจะนิ่ม กินง่าย แค่มีข้าวสวยร้อน ๆ ก็พร้อมกินแล้ว ส่วนวิธีทำก็ไม่ยากอะไรเลย เป็นแค่การต้มไม่ซับซ้อน และหลายขั้นตอน เหมาะสำหรับแม่บ้านยุคใหม่ ไม่ต้องมาคอยเฝ้า พลิกกลับอาหาร หรือต้องคอยคนบ่อย ๆ วัตถุดิบก็ไม่มีอะไรเยอะ ดัดแปลงมา รสชาติใช้ได้ รวม ๆ คล้ายปลาทูต้มอ้อย ปลาทูต้มส้ม แต่นี่เราใส่น้ำตาลปี๊บเยอะหน่อยเลยกลายเป็นปลาทูต้มหวานนั่นเอง รู้อย่างนี้แล้วก็ลงมือทำกันเลยดีกว่าค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียม

  1.           ปลาทูสด 1 กิโลกรัม
  2.           น้ำตาลปี๊บ 2 ขีด
  3.           พริกไทยเม็ด 50 กรัม
  4.           ขิงสด 1 ขีด (หรือ 1 เหง้าก็พอ แต่ถ้าชอบก็เพิ่มได้)
  5.           หอมแดง 1 ขีด
  6.           เกลือป่น หยิบมือ
  7.           มะขามเปียก ประมาณ 1 ขีด (หรือน้อยกว่านั้น)
  8.           ตะไคร้ 2 หัว  (ไม่มีไม่ได้ใส่ )

วิธีทำ



          เครื่องปรุงเอาเท่าที่มี ตามภาพ




          ทุบขิงพอหยาบ พริกไทยบุบพอแตก หอมแดงผ่าซีกหรือใส่ทั้งหัวก็ได้ หากมีตะไคร้ก็ทุบ ๆ แล้วหั่นยาวหน่อย รองไว้ก้นหม้อ ถ้าไม่มีเลยไม่ใส่ก็ได้



          นำปลาทูที่ควักไส้และล้างสะอาดแล้วใส่ลงไป (เรียงไม่สวย ปลาแช่แข็งตัวเล็กไปหน่อยรอบนี้ แถมไม่สด ทำให้ต้มแล้วท้องปลาเละ)

 

          คั้นน้ำมะขามเปียก กะปริมาณน้ำให้ท่วมตัวปลา เทตามลงไป (ที่ใส่น้ำมะขามเปียก คือตัดรสหวาน จะได้ไม่หวานเลี่ยน รสชาติจะอร่อยมีรสอมเปรี้ยวนิด)





          ยกขึ้นตั้งไฟ รอให้เดือด แล้วหรี่ไฟให้อ่อนสุด แค่ให้น้ำเดือดปุด ๆ พอ ไม่ต้องให้เดือดพล่าน ไม่ต้องปิดฝาหม้อ ไม่ต้องคน รอจนน้ำงวด 



          ใช้เวลาในการเคี่ยวนานหน่อย น้ำและส่วนผสมต่าง ๆ จะซึมเข้าตัวปลาเรื่อย ๆ ลองชิมดูว่า หวานพอใจเราหรือยัง (เติมได้) เค็มหรือจืดไปไหม (เติมได้) ปรุงได้ ไม่ต้องตามสูตรเป๊ะ รสที่ได้จะ หวาน ๆ อมเปรี้ยวนิด ๆ เผ็ดลิ้นแบบกลมกล่อมด้วยขิงและพริกไทย 

          แค่นี้ก็ได้ปลาทูต้มหวานที่อร่อย ๆ แล้ว ยิ่งอุ่นบ่อยยิ่งเข้าเนื้อยิ่งอร่อย

Wednesday, April 15, 2015

วิธีทำต้มข่ากุ้งใส่เห็ดเข็มทอง


           ใครชอบกินอาหารไทยรสแซบ ๆ อย่างต้มยำรสเปรี้ยวจี๊ดเผ็ดร้อน แต่ทว่าดันเป็นคนกินเผ็ดมากไม่ค่อยได้ ต้องลองมากินเมนูนี้เลยค่ะกับ ต้มข่ากุ้ง ที่มีรสชาติคล้ายกันกับต้มยำแต่รสชาติจะเผ็ดน้อยกว่า กลมกล่อมหวานมันไปกับกะทิ วันนี้เรามีสูตรต้มข่ากุ้งพิเศษด้วยการใส่เห็ดเข็มทองเพิ่มเข้าไปด้วยจาก คุณ ta_gwang สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ลองมาดูกันเลยจ้า



  สิ่งที่ต้องเตรียม


  1.              กะทิสำเร็จรูป
  2.                  ข่าหั่นแว่น
  3.                  ตะไคร้
  4.                  ใบมะกรูด
  5.                  หอมแดง
  6.                  พริกชี้ฟ้าซอย
  7.                  กุ้งแกะเปลือกผ่าหลัง
  8.                  เห็ดเข็มทอง
  9.                  ผงปรุงรสไก่
  10.                  น้ำปลา
  11.                  เกลือ
  12.                  ซีอิ๊วขาว
  13.                  น้ำตาลทราย
  14.                  พริกชี้ฟ้าตำละเอียด
  15.                  มะเขือเทศ
  16.                  ผักชีฝรั่ง
  17.                  ผักชี
  18.                  มะนาว


  วิธีทำ


        1. ใส่กะทิกับน้ำเปล่าเล็กน้อยลงหม้อ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง ต้มให้กะทิแตกมันเล็กน้อย แล้วใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง และพริกชี้ฟ้าซอยลงไป


        2. ตามด้วยกุ้งและเห็ดเข็มทอง ใส่ลงไปเลยค่ะ


        3. ปรุงรสด้วยผงปรุงรสไก่ น้ำปลา เกลือ ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทรายเล็กน้อย คนให้เข้ากัน  


        4. สุดท้ายใส่พริกชี้ฟ้าตำละเอียด มะเขือเทศ และผักชีฝรั่งลงไป คนให้เข้ากัน พร้อมแล้วที่จะตักใส่ชาม


        5. ตักใส่ชาม โรยหน้าด้วยผักชี พร้อมเสิร์ฟได้เลยค่า ซดร้อน ๆ กินคู่กับข้าวสวย อร่อยมากอย่าบอกใคร

          เห็นภาพต้มข่ากุ้งใส่เห็ดเข็มทองชามนี้แล้วมันชักจะยั้งใจไม่ไหว ทำก็ง่าย ออกมาน่ากินขนาดนี้ ต้องรีบเข้าครัวแล้วล่ะ 



วิธีทำต้มยำปลาช่อนฝักมะขามอ่อน



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณมันอยู่ในปอด สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และ เฟซบุ๊ก ครัวปลาร้ากับปลาดิบ

          ใคร ที่ชอบกินอาหารไทยรสเด็ดจัดจ้านอย่างต้มยำ วันนี้เรามีเมนูต้มยำสุดอร่อยอีกหนึ่งสูตรมาเสิร์ฟให้อิ่มอร่อยกันกับ ต้มยำปลาช่อนใส่ฝักมะขามอ่อน ต้มยำน้ำใสแบบบ้าน ๆ สไตล์ลูกทุ่ง ซดร้อน ๆ ได้รสเปรี้ยวจากมะขามอ่อน แซบถึงใจสุด ๆ สูตรเด็ดจาก คุณมันอยู่ในปอด สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ถ้าอยากลองทำกินดูก็เตรียมตัวไปซื้อของแล้วมาดูวิธีทำ ต้มยำปลาช่อนฝักมะขามอ่อน ทางนี้เลยจ้า


สิ่งที่ต้องเตรียม

  1.           ปลาช่อนสด 1 ตัวใหญ่
  2.           ข่ากึ่งแก่กึ่งอ่อน 1 แง่ง
  3.           ใบมะกรูด 10 ใบ
  4.           ตะไคร้ 3-4 ต้นกลาง
  5.           หอมแดงทุบ 10 หัว
  6.           มะขามอ่อนฝักใหญ่ 5 ฝัก
  7.           เห็ดฟาง 1 ถ้วยใหญ่
  8.           มะเขือเทศ ปริมาณตามชอบ
  9.           ใบกะเพราแดง 1 ถ้วยใหญ่
  10.           พริกแห้งทอด ความเผ็ดตามชอบ
  11.           ผักชีฝรั่งสำหรับโรยหน้า
  12.           ผงปรุงรสหมู 2 ช้อนส้อม
  13.           ผงชูรส 1 ช้อนชาพูน (ถ้าไม่ชอบก็ใช้น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา)
  14.           น้ำปลา 2 ช้อนส้อม
  15.           เกลือสมุทร 1 ช้อนชา
  16.           มะนาวประมาณ 1 ซีก (บีบลงไปเพื่อความหอม)

มาทำกันเลย


          ต้มน้ำประมาณ 3 ถ้วยหรือกะปริมาณตามจำนวนของที่เราใส่ ต้มให้เดือดจัด ๆ (เคล็ด ลับ : หากใช้หม้ออะลูมิเนียมจะดีมากค่ะ รู้สึกไปเองหรือเปล่าไม่รู้ แต่รู้สึกว่าหม้ออะลูมิเนียมจะร้อนเร็วร้อนแรง ทำอาหารพวกต้ม ๆ ได้อร่อยกว่าหม้อสเตนเลส อันนี้เป็นความเห็นและความชอบส่วนตัวล้วน ๆ เลยค่ะ)

           และ ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การกะปริมาณน้ำในหม้อก็ต้องให้พอเหมาะพอดีกับจำนวนปลาและวัตถุดิบที่ใส่ลงไป ด้วย หากมากไปรสปลาในน้ำซุปก็จะดูจาง ๆ ไม่มีรสและกลิ่น หากน้อยไปก็ดูจะเข้มข้นเกินไป ซดไม่คล่องคออีก ต้องให้น้ำปริ่ม ๆ พอดีไม่โหรงเหรงและไม่ค่อนขอดจนเกินไปค่ะ



          จากนั้นใส่ข่า ใบมะกรูด ตะไคร้ หอมแดงทุบ ฝักมะขามอ่อนทุบ และผงปรุงรสหมูลงไป  



          ต้มจนฝักมะขามอ่อนเปื่อย หรือลองชิมรสดูให้ได้รสเปรี้ยวตามต้องการแล้วเราก็ตักฝักมะขามออกค่ะ ขั้นตอนนี้ต้องคอยดูเรื่อย ๆ เพราะฝักมะขามจะเปื่อยเร็วมากหากเปื่อยยุ่ยมากเกินไปหรือต้มนานเกินไป น้ำซุปจะเปรี้ยวเกินค่ะ



          (ขอเปลี่ยนหม้อนิดหนึ่งเพราะมันเล็กไป) จากนั้นรอให้เดือดอีกครั้งแล้วหย่อนชิ้นปลาช่อนลงไปทีละชิ้นในขณะน้ำยังเดือดอยู่ (เคล็ดลับ : อย่าเทพรวดลงไปทีเดียวเพราะปลาช่อนมีเมือกเยอะจะทำให้ต้มยำเราคาวมากค่ะ) เมื่อหย่อนปลาช่อนลงไปจนหมดแล้วรอให้น้ำเดือดจนปลาสุกในระดับหนึ่งก็ใส่เห็ดฟางลงไปค่ะ

           ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงที่เตรียมไว้ (เคล็ด ลับ : ที่ใส่เกลือค่อนข้างเยอะก็เพราะว่า ได้เคล็ดลับมาจากคนแก่ที่ชอบช่วยทำอาหารตามงานบุญแถวบ้านบอกกว่า การทำต้มยำต้องใส่เกลือสมุทรมากกว่าน้ำปลา น้ำปลาใส่เพื่อให้ความกลมกล่อมเท่านั้นใส่มากจะทำให้รสเปลี่ยนไม่อร่อยแถม คาวและกลบรสและกลิ่นจากน้ำซุปของปลาอีกด้วย ส่วนเกลือจะช่วยดับกลิ่นคาวและชูรสชาติของน้ำซุปจากปลาได้ดีกว่า)

           เมื่อปรุงรสได้รสที่ชอบแล้วใส่มะเขือเทศลงไป จากนั้นรอจนปลาเริ่มสุกเปื่อยได้ที่ก็โยนใบกะเพราแดงลงไปค่ะ





          ตามด้วยพริกทอด ขยำพอแตกนิดหนึ่งจะได้หอม ๆ



          เสร็จขั้นตอนก็บีบมะนาวลงไปซีกหนึ่งเพื่อเพิ่มความหอมแล้วปิดไฟจ้า



          ตักใส่ชามซดเป็นกับแกล้มหรือกินกับข้าวก็ได้จ้า ก่อนกินก็โรยใบผักชีฝรั่งสักหน่อยเพื่อความหอม (เคล็ด ลับ : ไม่แนะนำให้โรยพวกต้นหอมผักชีนะคะ เพราะรสชาติจะไปอีกแบบหนึ่งเลย ต้มยำแบบนี้โรยด้วยผักชีใบเรื่อยหรือผักชีฝรั่งจะชูรสได้ดีกว่าค่ะ)

         เห็นภาพต้มยำปลาช่อนฝักมะขามอ่อนถ้วยนี้แล้วก็หิวขึ้นมาเลยใช่ไหมล่ะคะ ใครที่ชอบกินอาหารรสแซบแบบนี้ต้องไม่พลาดนะคะ




Sunday, April 12, 2015

วิธีทำไก่ต้มน้ำปลา กับน้ำจิ้มสูตรโบราณ

วิธีทำไก่ต้มน้ำปลา กับน้ำจิ้มสูตรโบราณ



          ใครชอบกินไก่ต้มจิ้มกับน้ำจิ้มรสเด็ดบ้าง กินกับข้าวมัน หรือข้าวสวย หรือข้าวเหนียว ก็อร่อยเด็ด แต่ไก่ต้มธรรมดาก็อาจจะจืดไปสักหน่อย แต่ถ้าเป็นไก่ต้มน้ำปลาแล้วล่ะก็ อร่อยขึ้นกว่าเดิมแน่ ๆ ส่วนใครที่อยากลองทำไก่ต้มน้ำปลากินเอง ก็มาจดสูตรและวิธีทำไก่ต้มน้ำปลา ไปลองทำกันเองง่าย ๆ แถมไม่จำเป็นต้องใช้ไก่ทั้งตัว พ่วงมากับน้ำจิ้มสูตรโบราณอีกด้วย ลองตามมาดูกันเลยจ้า


สิ่งที่ต้องเตรียม

  1.           ไก่สด 1 ตัว (หรือไก่ส่วนต่าง ๆ ตามชอบ)
  2.           รากผักชีทุบ 2 ราก
  3.           ข่าหั่นแว่น 3 แว่น
  4.           ตะไคร้ทุบ 2 ต้น
  5.           ใบมะกรูด 3 ใบ
  6.           น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  7.           น้ำปลา 1 ถ้วย
  8.           ซอสปรุงรส 1 ถ้วย
  9.           ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
  10.           น้ำสำหรับต้ม

วิธีทำ

          1. ล้างไก่ให้สะอาด เตรียมไว้

          2. ใส่น้ำลงในหม้อ นำไก่ลงไปลวกจนหนังไก่ตึง ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้

          3. ใส่รากผักชี ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และน้ำตาลปี๊บลงก้นหม้อ วางไก่ทับลงไป เติมน้ำปลา ซอสปรุงรส และซีอิ๊วดำ เทน้ำตามลงไปพอให้ท่วมตัวไก่ ปิดฝา ต้มด้วยไฟอ่อน นานประมาณ 30 นาที - 1 ชั่วโมง (ตามขนาดของไก่) จนสุกทั่ว ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ ตัดเป็นชิ้นใส่จาน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสูตรโบราณ



ส่วนผสม (น้ำจิ้มสูตรโบราณ)

  1.           พริกขี้หนู ปริมาณตามชอบ
  2.           กระเทียม 5 กลีบ
  3.           เกลือป่น สำหรับปรุงรส
  4.           น้ำส้มสายชู 1 ถ้วย
  5.           น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา

วิธีทำ

           โขลก พริกขี้หนู กระเทียม และเกลือป่นพอหยาบ เติมน้ำส้มสายชู และน้ำตาลปี๊บลงไป คนผสมให้ละลายเข้ากัน ชิมรสตามชอบ ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟพร้อมไก่ต้มน้ำปลา

          ใครใคร่กินน้อยก็ใช้ไก่เป็นชิ้น ๆ ไม่ต้องสับให้ยุ่งยาก ส่วนใครใคร่เหมาทั้งตัวก็อร่อยไปกับไก่ต้มน้ำปลาสูตรนี้ได้ทั้งนั้น ทำง่าย อร่อยด้วย

วิธีทำต้มยำไข่ปลา




ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณนางสาวเซาะกราว สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

            อาหาร ไทยรสแซบที่มีชื่อเสียงเรียงนามโด่งดังไปไกลยังต่างประเทศ ทุกคนก็จะต้องนึกถึงต้มยำกุ้งเป็นลำดับแรก ๆ นอกจากจะมีดีที่รสชาติแบบแซบสะเด็ดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ต้มยำของคนไทยยังสามารถนำมาสร้างสรรค์ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งน้ำข้น น้ำใส ใส่ส่วนผสมอะไรลงไปก็แค่เปลี่ยนชื่อตาม มีให้เลือกแซบมากมายนับไม่ถ้วน ซดกินกับข้าวสวยร้อน ๆ ได้ไม่มีเบื่อเลยล่ะ และวันนี้เราก็มีสูตรต้มยำสุดแซบอีกหนึ่งอย่างมานำเสนอคือ ต้มยำไข่ปลา จาก คุณนางสาวเซาะกราว สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ รับรองว่าแซบ เด็ดโดนใจคนที่ชอบกินปลาเลยล่ะ แถมเพิ่มออฟชั่นสุดพิเศษที่เป็นพระเอกของงานนี้ด้วยนั่นคือ ไข่ปลา ใครชักจะทนไม่ไหวเหมือนกันแล้ว รีบ ๆ จดสูตรและวิธีทำ ต้มยำไข่ปลา แล้วเข้าครัวกันให้ไวเลย

            .....ต้มยำไข่ปลารสแซ่บค่ะ..... โดย คุณนางสาวเซาะกราว สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

            สวัสดี ค่ะ มีต้มยำปลาค็อดมาชวนหิวค่ะ ไปตลาดมาเจอปลาสดมีไข่พวงเบ้อเริ่ม อากาศหนาว ๆ ติดลบ ชวนให้นึกอยากซดต้มยำร้อน ๆ แซบ ๆ มาทันที อิอิ จัดมา ! เนื้อปลา 1/2 กก. และไข่ปลาหนึ่งพวง หนักเกือบ 1 กก. เลยค่ะ อิอิ มาชมมาชิมกันจ้า


  สิ่งที่ต้องเตรียม

  1.           ปลาค็อด
  2.            ไข่ปลาค็อด
  3.            ใบมะกรูด
  4.            ข่า
  5.            พริกชี้ฟ้าแดง
  6.            ผักชี
  7.            ฝักชีฝรั่ง
  8.            กระเทียม
  9.            เครื่องปรุงรส


  วิธีทำ 

ต้มยำไข่ปลา เมนูสุดแซบ อร่อยสุดขีด

ต้มยำไข่ปลา เมนูสุดแซบ อร่อยสุดขีด

           เตรียมส่วนผสม (เครื่องมีเท่าที่เห็นเลยจ้า อยู่ไกลบ้าน เครื่องปรุงก็ขาดเกินบ้างเป็นธรรมดาค่ะ วันนี้ไม่มีตะไคร้)

ต้มยำไข่ปลา เมนูสุดแซบ อร่อยสุดขีด

           นำปลาและไข่ปลาไปต้ม (เพราะไม่อยากให้ปลามีกลิ่นคาว)

ต้มยำไข่ปลา เมนูสุดแซบ อร่อยสุดขีด

           จากนั้นนำไข่ปลามาหั่นเป็นชิ้นเล็ก (เราเก็บไว้ครึ่งหนึ่งเพราะกลัวกินไม่หมด อิอิ) 

ต้มยำไข่ปลา เมนูสุดแซบ อร่อยสุดขีด

           ต้มน้ำให้เดือด

ต้มยำไข่ปลา เมนูสุดแซบ อร่อยสุดขีด

           ปรุงรสตามชอบ จากนั้นใส่ปลากับไข่ปลาลงไปต้มจนสุก

ต้มยำไข่ปลา เมนูสุดแซบ อร่อยสุดขีด

           เสร็จแล้วตักใส่ชาม เตรียมซด แผล่บ ๆ

ต้มยำไข่ปลา เมนูสุดแซบ อร่อยสุดขีด

           มาส่องเนื้อปลากันค่ะ นุ่มไม่มีกลิ่นคาวให้เคืองใจ

ต้มยำไข่ปลา เมนูสุดแซบ อร่อยสุดขีด

           ตามมาดูที่ไข่ปลาบ้าง เหมือนไข่ปลาช่อนเลยค่ะ อร่อยแซบ

            ถ้าจะซูมภาพต้มยำไข่ปลาให้เห็นกันเต็มตาแบบนี้ ใครที่ไหนจะไปทนไว้ล่ะคะเนี่ย ไข่ปลาเรียงตัวกันเป็นเม็ดชัดแจ๋วขนาดนี้ 

Saturday, April 11, 2015

วิธีทำต้มจืดมะระยัดไส้หมูสับ


          ถ้าพูดถึงมะระ หลายคนคงร้องยี้แล้วหันหลังให้ เพราะนอกจากผิวจะขรุขระไม่สวย เอาเสียเลย แถมรสชาติก็ยังขมปี๋อีกด้วย กัดเข้าไปทีก็ขมติดลิ้น โดยเฉพาะเด็ก ๆ ต้องไม่ปลื้มอย่างแน่นอน แต่ก็อย่างที่รู้ ๆ กันดีว่า มะระมีประโยชน์ตั้งหลายอย่าง จากประโยคที่เขาบอกต่อ ๆ กันมาเสมอว่า หวานเป็นลม ขมเป็นยา นั่นแหละ ลองกินดูบ้างเพื่อสุขภาพที่ดีนะคะ

          และในวันนี้ กระปุกดอทคอม จะจับเจ้ามะระขม ๆ เนี่ยแหละ มาทำเป็นเมนูอร่อย ๆ คนที่เคยคิดว่า ชาตินี้จะไม่กินมะระ อาจจะหันมาชอบก็ได้นะคะ กับเมนูตระกูลแกงจืดคือ ต้มจืดมะระยัดไส้หมูสับ รสกลมกล่อม ลองมาดูสูตรและวิธีทำกันทางนี้เลยจ้า


สิ่งที่ต้องเตรียม
  1.           มะระ 1 ลูก
  2.           เนื้อหมูสับ 200 กรัม
  3.           กระเทียม 5 กลีบ
  4.           พริกไทย 1/4 ช้อนโต๊ะ
  5.           น้ำปลา
  6.           ซุปก้อน 1 ก้อน
  7.           รากผักชี 1 ราก
  8.           พริกไทยเม็ด
  9.           แครอท หั่นเป็นชิ้น หรือกดเป็นดอก
  10.           ซีอิ๊วขาว สำหรับปรุงรส
  11.           เกลือป่น 1 ช้อนชา
  12.           พริกไทยป่น และใบขึ้นฉ่าย สำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

          1. หั่นมะระเป็นท่อนสั้น คว้านเอาไส้มะระออก ล้างให้สะอาด เตรียมไว้

          2. โขลกกระเทียมกับพริกไทยให้เข้ากันจนละเอียด ใส่หมูสับลงไปโขลก ปรุงรสด้วยน้ำปลาเล็กน้อย ตักยัดไส้ในมะระ เตรียมไว้

          3. ใส่น้ำลงในหม้อ ตามด้วยซุปก้อน รากผักชี และพริกไทยเม็ด นำขึ้นตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่มะระและแครอทลงต้มจนสุก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว และเกลือป่น ชิมรสตามชอบ ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยพริกไทยป่น และใบขึ้นฉ่าย พร้อมเสิร์ฟ

          ถ้าลองได้กินต้มจืดมะระหมูสับชามนี้แล้ว ต่อไปนี้ก็ให้คิดใหม่ได้แล้วนะคะว่า ความขมก็สามารถเป็นอาหารสุดอร่อยได้ ^^